ขนมาเมื่อยาม "วัยรุ่น"

ในขณะที่เรายังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์ของมารดาในเดือนท้ายๆ  ร่างกายเราจะเริ่มมีการสร้างขนอ่อนขึ้นมาปกคลุมร่างกาย  นัยว่าน่าจะเป็นสิ่งหลงเหลือมาจากการวิวัฒนาการจากบรรพบุรุษของเรา   เมื่อทารกเกิดมา  ขนเหล่านี้ก็จะเริ่มหลุดออก  และมีขนใหม่ขึ้นมาแทนที่  โดยตามร่างกายโดยทั่วไปเกือบทั้งหมด  จะเป็นเส้นขนขนาดเล็กมากที่เรียกว่า vellus hair มีความยาวแค่ 1-2 มิลลิเมตรเท่านั้น  (ต้องลองส่องแดดดูใกล้ๆ ถึงจะมองเห็น)   และมีบางส่วนของร่างกายที่มีขนขนาดใหญ่ขึ้นมาที่เรียกว่า terminal hair อันได้แก่บริเวณศีรษะ และ คิ้ว  เป็นต้น เมื่อร่างกายคนเราเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น  ฮอร์โมนเพศก็เริ่มทำงาน  สำหรับผู้หญิงก็จะเริ่มมีหน้าอก  มีไขมันพอกมากขึ้นตามสะโพก และมีขนแบบ terminal hair เจริญเติบโตเพิ่มขึ้นในหลายแห่งของร่างกาย  ส่วนผู้ชายนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงเช่นมีกล้ามเนื้อมากขึ้น  บางคนเกิดอาการเจ็บที่หัวนม เสียงเปลี่ยน และมีขนแบบ terminal hair ขึ้นในหลายส่วนของร่างกายเช่นกัน


ขนที่ขึ้นมาในช่วงวัยรุ่นนี้  อันที่จริงแล้วก็เป็นการเปลี่ยนแปลงของขนไร vellus hair กลายมาเป็นขนแบบ terminal hair  เราจึงเรียกขนประเภทนี้ว่า Androgenic hair หรือขนที่เจริญเปลี่ยนมาเป็น terminal hair ด้วยฮอร์โมนเพศ  androgen นั่นเองครับ
ฮอร์โมนเพศ หรือ androgen มีอยู่หลายตัว  แต่สำหรับผู้ชายเรานั้น  ตัวฮอร์โมนสำคัญก็คือ เทสทอสเทอโรน (testosterone)  ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็น ไดไฮโดรเทสทอสเทอโรน (dyhydrotestosterone) เขียนย่อๆ ว่า DHT  ที่ต่อมลูกหมาก อัณฑะ  ต่อมหมวกไต  และที่สำคัญที่จะต้องกล่าวตรงนี้ก็คือ  ภายในรูขุมขนของเรานั่นเองครับ  (อันที่จริง ร่างกายมีการผลิต DHT ตั้งแต่เป็นตัวอ่อน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการสร้างอวัยวะเพศชายครับ  แต่ผลของ DHT ในรูขุมขนยามเราโตก็เป็นดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น)

(รูปทางเคมีของ DHT)

Dyhydrotestosterone (DHT)

ความสำคัญของ DHT กับ "หนวดเครา"  และ "หัวล้าน"
โดยทั่วไปแล้ว  ปริมาณการสร้าง DHT ในขนบนพื้นที่ต่างๆ ของร่างกายของคนต่างชาติพันธุ์นั้น  มีปริมาณที่พอๆ กันครับ  ไม่ได้แตกต่างกันแม้กระทั่งคนตะวันตก  และคนตะวันออก อย่างชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา   สิ่งที่แตกต่างก็คือ    ความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของรูขุมขนต่อ DHT นั้นมีความแตกต่างกันเป็นไปตามกรรมพันธุ์  และแม้กระทั่งในพื้นที่ส่วนต่างๆ ของร่างกายของเราแต่ละคน  ก็มีความไวต่อการตอบสนองไม่เท่ากันด้วย   ซึ่งส่งผลก็คือ
** รูขุมขนที่มีความไวต่อ DHT น้อย ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นขนเส้นใหญ่ หรือเปลี่ยนมาได้ไม่เต็มที่
** รูขุมขนที่มีความไวต่อ DHT ในระดับที่เหมาะสม  ขนไรก็จะเปลี่ยนมาเป็นขนเส้นใหญ่ได้อย่างเต็มที่
** รูขุมขนที่มีความไวต่อ DHT มากเกินไป   ก็จะทำให้รูขุมขนเกิดอาการฝ่อ  ขนเส้นใหญ่เมื่อร่วงไป ขนใหม่ที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเล็กและบางลงจนกระทั่งมองแทบไม่เห็น  หรือพูดง่ายๆ รูขุมขนกลับไปอยู่ในสภาพของการสร้าง vellus hair  หรืออาจจะตายไปเลย
ผลที่เกิดขึ้นจาก DHT พอสรุปได้เป็นข้อๆ ก็คือ

** ทำให้เกิดการสร้างหนวดเครา  ขนรักแร้  ขนในที่ลับ  และขนตามลำตัว  ซึ่งแต่ละคนจะมีลักษณะที่ขนขึ้นแตกต่างกันไปเฉพาะตน  กระนั้นก็อาจจะแบ่งเป็นรูปแบบคร่าวๆ ได้ในหลายลักษณะดังนี้ครับ

(ลักษณะหนวดเคราของผู้ชาย)


(ลักษณะขนบนลำตัวของผู้ชาย)


อนึ่ง  ผมจะกลับมาเล่าถึงทรงหนวดเคราต่างๆ ในครั้งถัดๆ ไปนะครับ...
** ผู้ชายที่มีฮอร์โมนเพศชายมาก  และรูขุมขนบนศีรษะตอบสนองต่อ DHT มาก จะทำให้เกิดอาการรูขุมขนฝ่อ  เกิดเป็นอาการหัวล้านขึ้นมาได้  และในทำนองเดียวกันกับหนวดเครา ที่ร่างกายแต่ละคนมีการตอบสนองในแต่ละจุดแตกต่างกันไป ก็จึงทำให้คนแต่ละคนมีหัวล้านที่มีรูปลักษณ์แตกต่างกันไปด้วยครับ  กระนั้นก็อาจจะจัดแบ่งเป็นรูปแบบคร่าวๆ ได้เช่นกันดังตัวอย่างของหัวล้านของชาวไทยดังนี้

(ลักษณะของหัวล้านแบบต่างๆ ตามตำราโบราณไทย)


วันนี้เอาพอแค่นี้ก่อนครับ   ในตอนถัดๆไป  เราจะมาดูกันถึงองค์ประกอบของหนวดเครา  ชื่อเรียกหนวดเคราแบบต่างๆ   และดูถึงปัจจัยที่ช่วยหรือทำลายการเกิดหนวดเครา  และวิธีการต่างๆ ในเชิงวิชาการที่นำมาใช้ในการรักษาคนศีรษะล้าน และการเร่งการสร้างหนวดเครา   ..อนึ่ง... ผมจะไม่กล่าวถึงผลิตภัณฑ์ใดๆ ในบทความนี้นะครับ  จะกล่าวแต่เพียงกลไก หรือสารออกฤทธิ์ที่ผ่านการทดลองวิจัยมาอย่างเป็นกิจลักษณะแล้วเท่านั้น....

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

BQ Serum เซรั่มปลูกหนวด ปลูกคิ้ว ยาปลูกผม เห็นผลตั้งแต่ขวดแรกที่ใช้

9 สมุนไพรปลูกผมที่ดีที่สุด

การเซ็ทผมทรง Top Knot (ไถข้างมัดจุก)