ทำความสะอาดหนวดเครา

มีคำพูดติดตลกของฝรั่งเกี่ยวกับหนวดเคราครับ
เป็นคำถามที่ว่า "ไว้เคราตอนหน้าร้อนน่ะ ร้อนมากมั้ย?"และก็มีคำตอบจากชาวหนวดเคราว่า
"ร้อนน่ะใช่ แต่ไว้หนวดเคราแล้ว ร้อน[รุ่มจนดึงดูดสาวๆได้] ทั้งปี"
================================
สำหรับคนไทยเรา และคนในอีกหลายประเทศที่เวลาถึงหน้าร้อนแล้วอุณหภูมิขึ้นไปถึงสี่สิบองศาเซลเซียส ก็มักจะเริ่มมีคำถามกันว่า คนไว้หนวดเครายาวๆ อย่างผมเนี่ย รู้สึกร้อนบ้างไหม
แต่ก่อนก็เคยคิดนะครับ เพราะนึกถึงตนเองเวลาที่ไว้ผมยาว ก็จะพบปัญหาว่าในหน้าร้อนนั้น ผมจะเปียกอับเหงื่ออยู่อย่างนั้นทั้งวัน จนกระทั่งไม่สบาย และต้องอาศัยการตัดผมสั้นเพื่อไม่ให้มีเหงื่ออับชื้น
เมื่อมาไว้เครายาว ก็น่าจะเป็นปัญหาใหญ่...
ผมเริ่มไว้เคราในช่วงหน้าหนาว และเมื่อเครายาวขึ้นมาในระดับหนึ่งก็เข้าสู่หน้าร้อน ยังไม่ได้รับรู้ว่าเครายาวจะมีปัญหาหรือไม่ ก็ผ่านเข้าหน้าฝน หน้าหนาว จนกระทั่งในปีต่อมาจึงเริ่มรับรู้ถึงสภาพการไว้หนวดเครายาวยามหน้าร้อนจริงๆ...
...จากประสบการณ์ตรงนั้น ผมกลับพบว่า ไม่ได้มีปัญหาแต่ประการใดเลย ...เป็นไปตามที่คนไว้หนวดเครายาวหลายๆ คนในต่างประเทศ ที่กลับบอกกันว่า การไว้เครายาวยังช่วยให้เป็นร่มบังเงาได้อีก สำหรับหน้าหนาวก็สร้างความอบอุ่น ...ซึ่งในปัจจุบันเวลาผมนอนเปิดแอร์เย็นๆ หรือในช่วงหน้าหนาว ผมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคอยดึงผ้าห่มมาคลุมคอให้มิดชิดเหมือนแต่ก่อน เพราะเคราที่ปกคลุมอยู่น้้นสร้างความอบอุ่นได้จริงๆ
=================================
ปัญหามาเริ่มตกหนักก็ตรงการใช้ชีวิตนอกบ้านนี่แหละครับ ที่เมื่อตากแดดแรงๆ ก็ย่อมมีเหงื่อไหลไคลย้อย และเหงื่อมันไม่เลือกว่าจะมาตรงไหน ยิ่งผมเป็นคนเหงื่อออกง่าย ออกไปเดินนอกอาคารเพียงชั่วครู่ กลับเข้าไปในที่ทำงาน มีแต่คนถามว่า ...ไปอาบน้ำมาหรือ... เพราะเสื้อของผมเปียกทั้งตัว...
เมื่อเหงื่อออก ผสมผสานกับน้ำมันที่ต่อมไขมันหลั่งออกมาตามธรรมชาติ เจอฝุ่นเข้าไป ก็เริ่มกลายเป็นอาการหมักหมมจนรูขุมขนอุดตัน เกิดเป็นสิวตุ่มแดงคันคะเยอ หรือไม่ก็อักเสบกลายเป็นหนอง
ดังนั้น สำหรับคนไว้หนวดเครายาว การดูแลความสะอาดของใบหน้าจึงเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่าคนทั่วไปครับ ยิ่งเครายาวมากเท่าใด ก็ต้องดูแลเอาใจใส่กันมากขึ้นเท่านั้น เหมือนดังที่ผู้หญิงผมยาวๆ ต้องคอยดูแลสุขภาพเส้นผมของพวกเธอๆ กันนั่นแหละครับ
==================================
จุดจบของการใช้สบู่ล้างหน้าสำหรับคนที่มีหนวดเครายาวบางท่าน...
==================================
ดังนั้น ในวันที่ร้อนเหลือเหงื่อไหล คนไว้หนวดเครายาวอาจจะต้องล้างหน้ากันบ่อยมากขึ้น เพื่อคอยควบคุมความมันและเหงื่อบนใบหน้า
แต่ก่อน ตอนหน้ายังเกลี้ยงๆ ผมและคนทั่วไปก็มักจะจบกันง่ายๆ กับสบู่ที่ใช้ชำระร่างกายนั่นแหละครับ ล้างหน้าล้างตา บางทีเวลาที่ไม่มีสบู่ แต่มีสบู่เหลวอาบน้ำ ก็ใช้สบู่เหลวนั่นแหละ ในการล้างหน้า...
คนอีกจำนวนหนึ่ง จะไม่ใช้สบู่หรือสบู่เหลวที่ใช้ชำระร่างกายมาล้างหน้า ก็หันไปใช้สบู่ที่ทำขึ้นเพื่อใช้ล้างหน้าโดยเฉพาะ หรือไม่ก็คุ้นชินกับการใช้โฟมล้างหน้า
คราวนี้พอเราเริ่มไว้เครายาวขึ้น สบู่ที่เคยใช้ล้างหน้าได้โดยสะดวกก็เริ่มมีปัญหาครับ เพราะสบู่ไปชะล้างน้ำมันธรรมชาติที่ชโลมเส้นขนของหนวดเคราออกเสีย พอเริ่มล้างหนวดเคราให้สะอาดก็พบว่าเส้นขนของหนวดเคราเริ่มพันติดกันเป็นตังเม ไม่สามารถหวีได้ลื่น สร้างความลำบากในการแต่งเคราหลังอาบน้ำไปเสียอีกครับ...
จนในที่สุด ผมก็ต้องใช้เวลายามเดินในห้างสรรพสินค้า ผ่านเข้าไปในแผนกดูแลผิวหน้าของสตรี ดูว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใดที่เราอาจจะหยิบมาใช้ได้บ้าง...
...เหตุด้วยบ้านเรานั้น ผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างสำหรับหนวดเคราโดยเฉพาะไม่ค่อยมีขายกันมากนักครับ หายากจริงๆ จนผมต้องอาศัยผลิตภัณฑ์บางตัวที่ทำขึ้นให้ผู้หญิง เอามาประยุกต์ใช้กันบ้างในยามจำเป็น
โชคดีว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์ล้างหน้า มีทั้งผลิตภัณฑ์ที่ทำมาขายให้ผู้ชาย และสำหรับผู้หญิง ปะปนกัน
แล้วเราควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน
ผมจะไม่มาบอกชื่อยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ครับ แต่จะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อ โดยดูจากประเภทและฉลากส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ด้านข้างหลอด... จากนั้นท่านก็ลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปจนกว่าจะพบตัวที่ถูกใจกันไปครับ
========================
แชมพูกับครีมนวดผม กับคนที่ไม่เรื่องมาก
========================
สำหรับคนที่เอาง่ายเข้าว่า ขี้เกียจจะเรื่องมากกับสิ่งที่จะมาทำความสะอาดหนวดเคราของตน ผู้สันทัดกรณีชาวตะวันตกก็บอกกันเลยครับว่า เอาไอ้เจ้าที่คุณใช้สระผมและนวดผมนั่นแหละครับ นำมาใช้กับหนวดเคราได้เลย...
นั่นคือ ในระหว่างการอาบน้ำ เราก็ใช้แชมพูสระผมในการชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับเส้นขนของหนวดเคราได้ตามปกติ อย่างผมนี่ เนื่องจากเป็นคนผมมันมาก ก็จะต้องใช้แชมพูทุกครั้งในขณะอาบน้ำ ดังนั้นผมก็จะใช้ปริมาณแชมพูมากกว่าคนปกติหน่อย โดยเริ่มสระจากผมก่อน จากนั้นเมื่อฟองแชมพูไหลย้อยลงมา ผมก็สระต่อลงมาทางจอนและหนวดเคราทั้งหมด จากนั้นก็ล้างน้ำออกด้วยกันเลยในคราวเดียวทั้งเส้นผมและหนวดเครา...
การใช้แชมพูสระหนวดเครา ข้อดีคือเราไม่ต้องหาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ มาใช้ด้วยอีก แต่ปัญหาก็คือ แชมพูอาจทำให้เคราแห้ง ไม่ลื่น หวีลำบากโดยเฉพาะคนที่มีเคราหยักศกมาก และเมื่อเคราแห้งขาดน้ำมันธรรมชาติ ก็จะทำให้เคราพอง ดูกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรงเรียบร้อย
ดังนั้น จึงควรใช้ครีมนวดผม ทำการสระนวดเคราสักประมาณอาทิตย์ละสองครั้ง หรืออาจจะทำทุกครั้งหลังการสระ เพื่อช่วยทำให้เครานั้นลื่นขึ้น และลดอาการพองลงได้ในระดับหนึ่งครับ
=========================
สบู่ล้างหน้า หรือสบู่เหลว ใช้ล้างหนวดเคราดีไหม
=========================
ถ้าคุณลองใช้แล้วไม่มีปัญหา ก็ใช้ต่อไปได้เลยครับ ตามสะดวก....
บางคน อย่างผมนี่ จะเจอปัญหาว่า สบู่ก้อนทั่วไป จะไปชะล้างน้ำมันเคลือบเส้นผมและหนวดเคราตามธรรมชาติจนหมด ทำให้เกิดอาการเคราลีบ ลูบแล้วไม่ลื่น และหวียากเพราะติดหวี ถ้าเป็นอย่างนี้ คงต้องหันไปใช้อย่างอื่นแทน...
สำหรับคนที่ไม่มีเครายาวๆ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ลองเอาสบู่ก้อนสระผมดูสิครับ ท่านจะพอเข้าใจถึงหัวอกของผมได้ในระดับหนึ่งเลยครับ...
ผมเคยหันมาลองสบู่เหลวดูครับ เพราะสบู่เหลวหลายตัวนั้น เมื่อล้างมือแล้ว พบว่ามือนั้นลื่นขึ้น ...ก็เลยลองเอามาล้างหน้าและหนวดเคราดู... ซึ่งพบว่าเคราลื่น หวีง่าย...
แต่ปรากฏว่า พอทิ้งไว้ให้แห้ง สารที่เคลือบเคราและผิวหนัง กลับสร้างปัญหาให้เกิดสิวแดงขึ้นใต้เครา เจ็บแสบ จะเผลอบีบก็กลัวเป็นหนอง และจะเกิดปัญหาอื่นๆตามมาได้อีก เช่นรูขุมขนเสียไป ฯลฯ จนผมต้องเลิกใช้สบู่เหลวมาล้างหนวดเคราในที่สุด...
====================================
โฟมล้างหน้า อีกหนทางหนึ่งในการทำความสะอาดหนวดเครา
=====================================
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีปัญหาเรื่องหน้ามัน หรือหน้าแห้ง โฟมล้างหน้าโดยทั่วไปก็สามารถนำมาใช้กับหนวดเคราได้เช่นเดียวกันครับ
แล้วจะซื้อยี่ห้อไหนดีล่ะ... โดยเฉพาะถ้าคนที่ไม่เคยใช้โฟมล้างหน้ามาก่อนเลยในชีวิต อย่างตัวผมเองนี่เป็นต้น
สำหรับคนที่เคยใช้โฟมตัวใดตัวหนึ่งมาอยู่แล้ว ก็ให้ลองใช้ตัวเดิมนั่นแหละครับไปก่อน
หากมีแฟน ก็อาจจะลองขอยืมโฟมล้างหน้าของแฟนมาดูก็ได้ครับ...
สำหรับคนที่ไม่เคยซื้อโฟมมาก่อนเลยในชีวิต ตอนนี้ก็คงได้เวลาที่ต้องเดินเลือกซื้อโฟมล้างหน้าแล้ว จะใช้ของผู้ชายหรือของผู้หญิงก็ได้ครับ ดมกลิ่นตามชอบก่อนล่ะกัน ...ไม่ต้องกังวลหรอกครับว่า เดี๋ยวใครจะว่าใช้โฟมของผู้หญิงแล้วจะมีปัญหา ฯลฯ... แล้วก็ไม่ต้องอายบรรดาพนักงานขายสาวสวยที่ยืนข้างผลิตภัณฑ์ของตนในห้างหรอกครับ เธอเห็นผู้ชายหนวดเคราครึ้มๆ อย่างกะโจรเดินผ่าน แต่เมื่อเราหยิบผลิตภัณฑ์ของเธอ ผมก็เห็นแต่ยกมือไหว้บอก ขอบคุณค่ะ... ทั้งน้้นแหละครับ...
_________________________
แล้วจะเลือกโฟมอย่างไรล่ะ...
_________________________
ในขั้นตอนแรกนี่ อาจจะยังไม่จำเป็นต้องสนใจส่วนผสมของโฟมตัวนั้นๆ หรอกครับ เอาเป็นว่า ถ้าเราสามารถใช้โฟมดังกล่าวล้างหน้าแล้ว หน้ารู้สึกเกลี้ยงและยังสามารถลูบเคราได้โดยที่ไม่ติด หวีได้โดยไม่ดึงเส้นขนของเคราหลุดมาด้วยเป็นกำๆ ก็อาจจะใช้โฟมดังกล่าวต่อไปครับ....
บางคนที่มีผิวหนังบนใบหน้าเป็นคนผิวแห้ง การใช้โฟมบางตัวอาจทำให้รู้สึกว่า หน้านั้นแห้งเกิน ซึ่งหากเป็นใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไร
แต่สำหรับคนที่ไว้หนวดเครายาว เมื่อผิวด้านล่างของเส้นขนแห้งเกิน ก็อาจจะทำให้เกิดรังแคขึ้นได้ครับ เวลาหวีหรือลูบๆ ก็มีสะเก็ดรังแคหลุดออกมาด้วย หรือส่องกระจกดูหนวดเคราตนเองก็พบขุยรังแคปรากฏเด่นเป็นสง่า...
สำหรับคนที่มีผิวมัน การใช้โฟมที่ชำระล้างเกลี้ยงเกลาก็อาจส่งผลในทางตรงกันข้ามได้เหมือนกัน กล่าวคือต่อมไขมันจะสร้างไขมันขึ้นมาชดเชยที่สูญเสียไปมากขึ้น กลายเป็นว่าทำให้มีปัญหาเรื่องสิวอุดตันเป็นตุ่มแดงใต้ผิวหนังได้อีก...
เหตุหนึ่งที่โฟมในกลุ่มนี้สร้างปัญหา เพราะโฟมในกลุ่มนี้ใช้สารลดแรงตึงผิว (surfactant) ซึ่งก็มักจะใช้สารในกลุ่ม SLS เช่นโซเดียมลอเร็ธซัลเฟต (Sodium laureth sulface) หรือโซเดียมลอริลอีเธอร์ซัลเฟต (Sodium lauryl ether sulfate -SLES) ที่จะไปชะล้างน้ำมันธรรมชาติบนใบหน้าและหนวดเครา ซึ่งอันที่จริงมันก็เป็นวัตถุประสงค์และเป็นหน้าที่ที่ดีของสารเหล่านี้ เพียงแต่ว่าบางคนอาจจะมีอาการแพ้ต่อสารพวกนี้ ทำให้ผิวแห้งเกินไป หรือไปกวนต่อระบบการสร้างน้ำมันธรรมชาติบนใบหน้า...
สำหรับคนที่มีปัญหาในลักษณะที่ผมกล่าวมาข้างต้น (ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) ก็ต้องเลือกดูผลิตภัณฑ์โดยอ่านจากฉลากอย่างละเอียดครับ ในท้องตลาดจะมีโฟมล้างหน้าอีกจำนวนหนึ่ง ที่ไม่มีการใช้สารลดแรงตึงผิวในกลุ่มดังกล่าว แต่หันไปใช้สารทำความสะอาดตัวอื่นแทน ซึ่งเมื่อล้างหน้าแล้วจะพบว่าผิวหนังจะยังคงมีความเหนียวยืดหยุ่นอยู่ในระดับหนึ่ง และหน้าไม่แห้งไม่มีน้ำมันเหลือเสียเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับคนที่ผิวมันมากจนมีโอกาสเกิดตุ่มสิวใต้หนวดเคราได้ง่าย ผมแนะนำให้หันมาใช้โฟมในกลุ่มนี้ ล้างหน้าบ่อยๆ (เช่นสองสามครั้งต่อวัน) จะช่วยขจัดปัญหาสิวอุตตันใต้หนวดเคราได้ดีครับ...
==================================================
ในครั้งถัดไป เราจะมาดูถึงวิธีการช่วยทำให้เคราที่ดูพองจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ให้ดูมีน้ำหนัก เรียบลงเป็นทรง และการเลือกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ที่เหมาะกับผิวหน้าของเราต่อไปครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

BQ Serum เซรั่มปลูกหนวด ปลูกคิ้ว ยาปลูกผม เห็นผลตั้งแต่ขวดแรกที่ใช้

9 สมุนไพรปลูกผมที่ดีที่สุด

กระทู้ Pantip ใช้น้ำยาปลูกหนวด เซรั่มปลูกคิ้ว เครา ครีมปลูกจอน ยี่ห้อไหนได้ผลที่สุด