รับมือยามไว้หนวดเคราครั้งแรกในชีวิต


คราวนี้ถึงคราที่เราจะเริ่มต้นไว้หนวดเคราล่ะครับ เราจะต้องทำอย่างไร และเตรียมตัวอย่างไร
วันแรกแห่งการตัดสินใจ "ข้า" จะไว้หนวดเคราให้ยาวเฟื้อยเลย คอยดูเด่ะ

1) สิ่งแรกเลยครับ ก็แค่เก็บที่โกนหนวดไว้เลยครับ ยังไม่ต้องใช้ ปล่อยให้หนวดเคราขึ้นตามธรรมชาติ

2) หาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและหนวดเคราที่เหมาะสมเตรียมไว้ครับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตกันอย่างง่ายๆ ใช้แต่สบู่ก้อนเดียวทั้งอาบน้ำชำระร่างกายและล้างหน้า งานนี้สบู่จะเริ่มทำงานกับพื้นที่ใต้หนวดเคราลำบากล่ะ ในสัปดาห์สองสัปดาห์แรกจะยังคงรู้สึกว่าล้างหน้าง่ายอยู่ จะยังรู้สึกว่าขนทำตัวเหมือนกับแปรงสั้นๆ ถูกสบู่แล้วฟองขึ้นสนุกดี แต่พอเครายาวขึ้นได้สักเดือนสองเดือน จะเริ่มพบว่าสบู่จะเริ่มทำให้การล้างเครา และโดยเฉพาะผิวหนังใต้เครานั้นทำความสะอาดได้ลำบากมาก นิ้วมือเริ่มลูบติดหนวดเครา เผลอๆ ดึงขาดออกมาทั้งเส้น ทั้งเจ็บแสบทั้งเสียดาย...คราวนี้จะต้องหาครีมโฟมล้างหน้าที่ทำให้หน้าสะอาดแต่ไม่ทำให้รู้สึกแห้ง คงต้องลองใช้ยี่ห้อต่างๆ แบบต่างๆ เปลี่ยนไปจนกว่าจะพบตัวที่ถูกใจครับ และหากไว้เครายาว ก็คงต้องหาน้ำมันแต่งเครา (beard oil) ไว้ด้วย ใช้หลังการอาบน้ำก่อนออกนอกบ้าน (หยดเพียงสองสามหยด หรือมากพอที่จะใช้ได้หมดพอดีในหนึ่งครั้ง แล้วชโลมเคราให้ทั่ว หลังจากใช้ผ้าขนหนูซับเคราให้แห้งหมาด) ส่วนหากอยากจะไว้หนวดสวยๆ ก็คงต้องมีแว็กซ์สำหรับหนวดที่ดีๆ ไว้ด้วย

3) หาอุปกรณ์แต่งหนวดเคราเตรียมพร้อมไว้ สิ่งที่ต้องมีเลยคือกรรไกรเล็มหนวด ซึ่งเป็นกรรไกรขนาดเล็ก อาจจะใช้กรรไกรเล็มขนจมูกมาก็พอได้ครับ และหวีดีๆ สำหรับคนไว้เครา อาจจะต้องลงทุนกับปัตตาเลี่ยน หรือไม่ก็เครื่องเล็มเครา (beard trimmer) ที่สามารถตั้งระยะได้

4) พยายามรักษาความสะอาดของขนที่อยู่ใต้หนวดและเคราให้ดีครับ อย่าปล่อยให้อับชื้น และอย่าปล่อยให้มีน้ำมันธรรมชาติจากผิวหรือน้ำมันอื่นใดติดอยู่นาน เพราะจะกักฝุ่น และทำให้เกิดอาการเป็นตุ่มแดงขึ้นใต้หนวดเครา จะทั้งเจ็บทั้งคัน และรำคาญอย่างมากครับ (จนอยากจะทึ้งขนทิ้งทั้งยวง) ที่สำคัญ จะเป็นตัวการหนึ่งที่จะทำให้รูขุมขนเสียหาย และแน่นอน ก็ส่งผลต่อคุณภาพหนวดเคราของเราเองนั่นแหละครับ

5) ตั้งเป้าไว้เลยครับ ว่าจะลองไว้นานเท่าใด สำหรับหนวดนั้น หากอยากจะไว้แฮนเดิลบาร์สวยๆ เตรียมใจไว้สักสองถึงสามเดือน และสำหรับเครา ก็ควรเตรียมใจไว้เลยครับ สี่เดือนเป็นอย่างน้อย ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้...อย่าเล็มหรือตัดทิ้งส่วนใดปล่อยให้ยาวไปตามธรรมชาติ เพื่อดูศักยภาพว่าจะเป็นอย่างไรครับ....

6) สำหรับคนที่เพิ่งไว้เป็นครั้งแรกในชีวิตบ่อยครั้งที่จะไม่ทราบศักยภาพตนเองว่าสามารถไว้ได้งามขนาดไหน  ดังนั้น คำแนะนำของผู้สันทัดกรณีในต่างประเทศ จึงแนะนำว่า ไม่ต้องโกนส่วนใดทิ้งไปเลยครับ  ปล่อยให้ขึ้นทั้งหมดนั่นแหละ แล้วเมื่อถึงเวลาที่กำหนดแล้ว ค่อยมาตัดสินใจว่าจะเล็มหรือตัดส่วนใดตามความชอบอีกที...

ในส่วนข้อ 6) นี้ ตัวผมเองขอเอาประสบการณ์ตรงยืนยันเลยครับในช่วงอายุสามสิบกลางๆ ผมเคยลองไว้หนวดเคราโดยปล่อยทิ้งไว้หนึ่งสัปดาห์ พบว่าตนเองนั้นพอมีหนวดบ้างแต่ก็ขึ้นหรอมแหรม เคราใต้คางมีนิดหน่อย แต่ที่น่าสมเพศตนเองมากก็คือมีเส้นขนขึ้นที่กลางแก้มเหมือนแมวข้างละสิบเส้นเห็นจะได้  รู้สึกตนเองอนาถมาก เลยโกนทิ้งไปทั้งหมดและตัดสินใจจะไม่ไว้หนวดเคราอีกเลย แม้ว่าการไว้หนวดเป็นความฝันมาตั้งแต่ยังเด็กๆ เลยครับ มาเริ่มช่วงอายุสีสิบกว่า ผมเริ่มประสบปัญหาใช้ที่โกนหนวดเปลืองมาก  ตกค่าที่โกนหนวดเดือนละเกือบสามพันบาท เพราะต้องโกนหนวดเคราทุกวัน เพราะพอตกเย็นก็จะเริ่มเป็นตอน่าเกลียด (ทำให้รู้ว่าตนเองเป็นคนที่โชคดี ที่อัตราความเร็วในการเจริญเติบโตของหนวดเครานั้นสูงมาก) แต่ที่เป็นจุดแตกหักจนต้องเลิกโกนหนวดเคราในที่สุด ก็คือการที่มีดโกนที่เริ่มทื่อจากการโกนเพียงไม่กี่ครั้ง บาดผิวหนังจนเลือดออก ...ทุกวัน...เมื่อยามโกนหนวด แม้กระทั่งตอนผมไปใช้บริการโกนหนวดจากช่างตัดผมมืออาชีพที่ไว้หนวด ก็ยังทำผมเลือดออก ทุกครั้ง...ที่ไปใช้บริการ ในตอนแรก ผมตัดสินใจว่าจะลองไว้หนวดก่อน เมื่อลองเริ่มไว้หนวดไปได้สักหนึ่งสัปดาห์ ไปอ่านพบบทความในต่างประเทศแนะนำให้ปล่อยไว้ทั้งหมดด้วยความประหลาดใจในตนเอง ในช่วงเดือนแรกนั้น ผมยังเห็นว่าหนวดเคราของเรามันยังหรอมแหรม แต่พอนานเข้า ก็เริ่มพบว่ามันเริ่มเต็มขึ้น และดูดีขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย ก็เลยตัดสินใจไว้ทั้งหนวดและเคราจนเป็นดังที่เห็นในทุกวันนี้ครับ...
ดังนั้น ถ้าผมคิดว่าจะไว้หนวด และทิ้งให้หนวดเท่านั้นที่ยาว ปัจจุบันผมก็คงจะเป็นคนไว้หนวดเฉยๆ  ซึ่งก็คงจะเป็นหนวดหนาๆ แข็งๆ จัดทรงอะไรไม่ได้ ดูทื่อ และไม่เข้าท่าเท่ากับการไว้ทั้งหนวดและเคราในปัจจุบัน

เอาล่ะครับ เวลาผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ เราจะพบพานกับอะไรครับ...คัน... ครับ...ไม่ใช่ คันหู.. นะครับ  แต่เป็นอาการคันผิวหนังตรงบริเวณที่มีตอหนวดเคราขึ้นนั่นเองครับ...อาการคันที่ว่านี้  มีทฤษฎีว่ากันหลากหลายครับ บ้างก็ว่าเป็นเพราะว่าผิวหนังบนใบหน้าเรานั้นไม่เคยชินต่อการที่มีเส้นขนแทงทะลุออกมา  เส้นประสาทที่ไวต่อการมีเส้นขนขึ้น ก็เริ่มทำให้เรารู้สึกคัน อาการคันสำหรับบางคนอาจจะหนักมากถึงขั้นต้องโกนทิ้งกันเลยทีเดียว...ดังนั้น ผมต้องย้ำนักย้ำหนาว่า รักจะไว้หนวดเคราแล้ว...ต้องอดทนครับ...อีกทฤษฎีว่าไว้ว่า ในยามที่เราโกนหนวด  เราตัดตอเส้นขนให้เกิดเป็นมุมแหลมขึ้น และเส้นขนดังกล่าวนั้นซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหนัง เมื่อยามเส้นขนนั้นยาวขึ้น ก็จะเกิดการดันผิวหนังขึ้นมา และทำให้เกิดอาการคันได้เช่นเดียวกัน...เราจะลดอาการคันได้อย่างไรล่ะครับ...วิธีที่ทำกันและมักจะได้ผล ก็คือการล้างหน้าด้วยโฟม  แล้วอาจจะใช้โลชั่นชโลมไว้สักหน่อยครับ เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น ก็จะช่วยลดอาการคันได้ สำหรับตัวผมเองนั้น ก็มีอาการคันเกิดขึ้นเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับคันมากนัก ก็อาศัยทนเอาครับ จนกระทั่งผิวหนังมันด้านชา... เอ้ยไม่ใช่.... มันชินแล้วครับกับการที่มีเส้นขนแทงทะลุขึ้นมานั่น...

อีกสิ่งหนึ่งที่ก็คงจะพบพานอยู่เหมือนกัน นั่นคือ อาการแสดงความเป็นห่วงจากคนรอบข้าง...เฮ้ย... นาย... โดนแฟนหักอกมาหรือเปล่า...คุณมีอะไรไม่สบายใจอะไรในเรื่องงาน  บอกผมนะ...เซ็งตอหนวดเคราแทงปาก แทงตรงนี้ตรงนั้น.... ไปโกนซะ...ซกมกมากนักเราน่ะ ไปโกนทิ้งซะ...(คงเดาได้นะครับว่า  ประโยคไหนน่าจะมาจากไหน)nคำตอบของผมนะครับ ถ้าคิดจะรักจะไว้หนวดเครา และตั้งเป้าไว้แล้วแต่ต้น  ก็ต้องทนรับเสียงเหล่านี้ให้ได้ครับ..มีคำกล่าวแบบทีเล่นทีจริงกันเลยในสังคมคนไว้เคราในต่างประเทศครับว่า.แฟนบ่นว่าไว้เคราทำไม...  ...

สรุป.. .ทิ้งแฟนดีกว่า จะทิ้งเครา..หรือทำเป็นรูปการ์ตูน
สัปดาห์แรก....ฉันรักเธอเพราะเธอเป็นตัวของเธอนะ
สัปดาห์สอง...นี่เธอ...เสื้อเธอมันเห่ยไป เปลี่ยนซะ
สัปดาห์สาม...นี่เธอ... กางเกงรองเท้ามันเห่ยไป เปลีย่นซะ
สัปดาห์สี่ ... นี่เธอ หนวดเครารุงรัง ไปโกนซะ...
เดือนถัดมา... ฉันทิ้งเธอล่ะ เพราะเธอไม่เป็นตัวของเธอเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะ

สรุปดังนั้น หากแฟนรักเราจริงเขาย่อมยอมรับกับสภาพที่เราปรารถนาจะเป็น (ถ้าสิ่งนั้นมันไม่เลวร้าย ไม่ขัดศีลธรรม) ถ้าแฟนบ่นว่าเครามันแทง...บอกเลยครับ ให้รอให้มันยาวกว่านี้ ยิ่งหนวดเครายาวขึ้น หนวดเครานั้นจะยิ่งนุ่มลงครับ และถ้าใช้น้ำมันช่วยด้วยจะยิ่งนุ่ม เผลอๆ อาจจะชอบให้ใช้หนวดเคราทำเป็นแปรงนุ่มๆ อีกต่างหาก.... 8-)

หนึ่งเดือนถัดมา จะพบพานอะไรล่ะครับ....
ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่หนวดเคราจะดูหรอมแหรม ขนหนวดขนเคราตั้งแหลมเฟี้ยวอย่างกะแมวพองขน อาจจะเริ่มเห็นคนเดินหลบ หลบหน้าหนี บางทีอาจจะเห็นผู้ชายที่นั่งรวมกลุ่มห่างๆ ออกไปสักสามสี่โต๊ะ  แอบคุยแล้วผลัดกันชำเลืองมองมายังตัวเรา (ประสบการณ์ตรงเลยครับ) เราต้องทำเป็นไม่สนใจนะครับ ช่างเขา..อาการคันส่วนมากมักจะเริ่มหายไปแล้วล่ะครับ  แต่ถ้ามันยังมีอยู่ ลองพิจารณาดูครับว่า บางทีอาการคันมันอาจจะไม่ใช่แค่อาการปกติ อาจจะมีเรื่องสภาพผิวหนังเข้ามาเกี่ยวหรือไม่ ลองใช้แชมพูขจัดรังแค(แบบที่มีตัวยาลดอาการคันจากเชื้อรา) ทำความสะอาดดูครับว่าอาการทุเลาหรือไม่
บางคนอาจจะเจอเครามีรังแค....ฟังไม่ผิดหรอกครับ...เครามีรังแค อันเนื่องมาจากผิวหนังด้านล่างใต้เส้นขนของหนวดเครามันแห้งเกินไป  อันนี้แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนโฟมที่ใช้ล้างหน้าเลยครับ หันมาใช้แบบที่ไม่มี SLS (พวกสารลดแรงตึงผิวทั้งหลาย) จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง บางคนเจออาการตรงกันข้าม นั่นคือเกิดตุ่มแดงๆ คันๆ ใต้หนวดเครา นี่แสดงว่าน้ำมันธรรมชาติใต้ผิวหนังมีมากไป ทำให้ฝุ่นไปเกาะสะสมและอุดตันเกิดสิวได้  การเปลี่ยนโฟมล้างหน้าใช้แบบที่ไม่มี SLS ช่วยได้ในระดับหนึ่ง (ทั้งนี้เพราะการที่เราทำให้ผิวแห้งมาก ผิวหนังจะเสียสมดุลการปรับสภาพ ทำให้หน้ากลับมันมากขึ้นสำหรับคนผิวมัน หรือไม่ก็แห้งแตกระแหงสำหรับคนผิวปกติหรือคนผิวแห้ง)  แต่อีกประการหนึ่งที่ต้องไม่ควรมองข้าม นั่นคือหากมีการใช้น้ำมันชโลมเพื่อทำให้เครานุ่ม เช่นน้ำมันมะกอก อยู่เป็นประจำ ให้ลดเวลาการหมักน้ำมันให้ลดลงครับ หรือหากใช้เซรั่มชโลมหนวดเครา หรือน้ำมันแต่งหนวดเครา ให้ลดปริมาณการใช้ลง (ปกติใช้เพียงสองสามหยดก็พอแล้วครับ) หรือควรเปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนชนิดที่ใช้เลยครับ หรือใช้ส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ เช่นน้ำมันโฮโฮบา (jojoba oil) หรืออาร์กัน (argan oil) เป็นส่วนผสมหลัก จะช่วยลดอาการดังกล่าวลงได้...หนวดเริ่มยาวพ้นริมฝีปากแล้ว  อาจจะเริ่มแต่งหนวดให้เสมอกับริมฝีปากได้ครับ เริ่มฝึกใช้อุปกรณ์แต่งหนวดเคราเสียตั้งแต่วันนี้หากมั่นใจในแนวแก้มและแนวคอ ก็อาจจะเริ่มกันด้วยที่โกนหนวดได้ครับ....แต่ต้องระวังอย่ากันต่ำเกินไปสำหรับแนวแก้ม เพราะหากกันพลาดจะเสียหายแก้กันยาก (เพราะต้องรอให้มันยาวอีกครั้งกว่าจะกันใหม่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น)

สองเดือนถัดมา จะพบพานอะไรอีกครับ..ช่วงนี้หนวดเคราเริ่มยาวรุงรังมากขึ้นแล้ว (ความยาวประมาณหนึ่งนิ้ว) เดินไปทางไหนเริ่มมีคนมองแปลกๆ  ยามตามห้างเริ่มมองเราแปลกๆ วิธีการแก้ไขการมองของคนรอบข้าง ให้แต่งตัวให้สุภาพและดูดีเข้าไว้ครับ ใช้เสื้อผ้า รองเท้า และทรงผมแสดงว่าเรามีอารยะ  ตั้งใจไว้หนวดเคราไม่ได้หลุดมาจากโรงพยาบาลบ้าที่ไหน หรือไม่ได้จะมาขโมยของใคร...ปลายหนวดน่าจะเริ่มทำแฮนเดิลบาร์ได้แล้ว ฝึกเข้าไว้ครับบางคนเริ่มมีอาการเส้นหนวดย้อนกลับเข้าปาก กินข้าวที  กินหนวดเข้าไปอีกสองสามเส้นเป็นของแถม คนที่ไว้เคราใต้ริมฝีปาก กินก๋วยเตี๋ยวทีนึง ต้องเช็ดกันทั้งหน้าเลยทีเดียวเพราะเลอะเปรอะเปื้อนไปหมด...หรือแค่คิดจะแปรงฟัน สุดท้ายก็ต้องถอดเสื้อผ้าอาบน้ำต่อกันเลยทีเดียว เพราะฟองย้อยลงมาโดนเสื้อผ้า......สรุปไว้ตรงนี้เลยครับ... รักจะไว้หนวดเครายาวแล้ว  ต้องทนได้กับความลำบากเหล่านี้ครับ ...มองผู้หญิงที่ไว้ผมยาวเป็นตัวอย่างเลยครับ ว่าต้องดูแลเส้นผมกันขนาดไหน...สำหรับหนวด บางคนที่เส้นขนหนวดมีความหนา จะใช้วิธีการกันหนวดบริเวณที่อยู่ติดริมฝีปากทิ้งไป  เพื่อให้มีระยะห่างจากริมฝีปากเล็กน้อย แต่คนเอเชียเราคงทำแบบนี้ได้ลำบากเพราะความหนาแน่นของหนวดมักมีน้อย เมื่อกันหนวดบริเวณติดริมฝีปากทิ้งจะทำให้หนวดดูบางลง หรอมแหรมไม่สวยกันไปเลย

วิธีแก้คือ ต้องหัดใช้หวีหนวด ซึ่งเป็นหวีขนาดเล็ก ฟันยาวกว่าแปรงสีฟันเล็กน้อย พกสะดวก หากหาไม่ได้ก็ใช้หวีขนาดเล็กหน่อยแทนก้ได้ครับ หมั่นหวีบ่อยๆ เพื่อสอนให้เส้นหนวดมีทิศทางไปยังที่เราต้องการครับ..สำหรับเครา  บางคนใช้วิธีกันโซลแพทช์  (soul patch) ซึ่งเป็นเคราที่ขึ้นติดอยู่กับริมฝีปากล่าง ทิ้งไปจนเกิดเป็นช่องว่างด้านล่างริมฝีปาก  ซึ่งในการไว้เคราบางทรง การกันบริเวณดังกล่าวทิ้งก็ทำให้ดูสวย แต่ถ้าหากรักจะไว้เคราเต็ม  การทำดังกล่าวจะทำให้ดูแหว่งไม่สวยงาม  ดังนั้นหากรักจะไว้เครางามๆ คงต้องเลิกกินอาหารหรือขนมที่เป็นน้ำ หรือไม่ก็ต้องกินกันอย่างระมัดระวังครับ...ไม่ก็ต้องหันไปใช้ภาชนะที่ออกแบบมาเฉพาะ อย่างคนจีนก็คิดค้นที่ดื่มชามาร่วมพันปีก่อนหน้า ที่จะมีที่พักหนวดเคราไว้สองข้างของภาชนะ หรือในหลังๆ นี้ จะมีถ้วยกาแฟที่สามารถกันให้หนวดไม่จมไปในน้ำกาแฟยามยกดื่มได้...


(Photo credit: wikipedia/Norsk Folkemuseum)

ในช่วงนี้ จะเริ่มเห็นแนวแก้ม และแนวคอตามธรรมชาติแล้ว เริ่มเห็นวงขวัญของเคราแล้ว ดูทิศทางการแทงของขนเครา ควรเริ่มจะใช้หวีและน้ำมันแต่งเคราในการจัดสอนให้เคราหันไปในทิศทางตามที่เราต้องการ แทนที่จะเป็นทิศทางธรรมชาติ... และการใช้น้ำมันแต่งเคราทุกวัน จะช่วยสยบการพองตัวของเคราลงได้ครับ (เมื่อหนวดเครายาวขึ้น มันจะค่อยๆ ลู่ลงราบกับผิวหนังมากขึ้นครับ ...ไม่ต้องกลัว)
สามารถเริ่มกันแนวแก้มและแนวคอด้วยที่โกนหนวดได้ การกันแนวแก้มและแนวคอ จะช่วยทำให้หนวดเคราที่รุงรังดูเป็นผู้เป็นคนได้มากขึ้นครับ... ทั้งนี้ระวังอย่ากันแนวแก้มต่ำเกินจำเป็นครับ เพราะแนวแก้มที่สูงจะดูสวยงามกว่าแนวแก้มที่ต่ำ และจะช่วยทำให้เคราดูหนาขึ้นกว่าปกติอีกด้วย
ในทำนองเดียวกัน การใช้แว็กซ์หนวด ร่วมกันกับการใช้หวีเล็กแต่งหนวดเป็นประจำ จะช่วยจัดทิศทางของหนวดให้หันไปในทางที่เราอยากให้มันไป ไม่ใช่ทิศที่มันอยากจะไปของมันเอง..
บางทีเราอาจจะเห็นเส้นขนบางเส้นมันแทงไปในทิศทางขวางพี่น้องของมัน ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งนะครับ พยายามสอนมันด้วยหวีและแว็กซ์...

สี่เดือนถัดมา ...ขอแสดงความยินดีครับ คุณผ่านด่านการไว้หนวดเคราเป็นครั้งแรกในชีวิต...
ตอนนี้จะเริ่มเห็นศักยภาพประมาณเจ็ดแปดสิบเปอร์เซนต์แล้วว่า จะมีเส้นขนขึ้นในพื้นที่บริเวณใดบ้าง  จุดใดเป็นจุดอ่อนบ้าง มีรูโหว่ตรงไหนบ้าง จะเลือกทรงหนวดเคราอย่างไรบ้าง และจะลองดัดแปลงให้เข้ากับเราอย่างไรบ้าง สิ่งที่ผมอยากเตือนกับการแต่งหนวดเคราให้เป็นทรงที่ต้องการก็คือ ...อย่าใจร้อนครับ...ทั้งนี้เพราะถ้าทำพลาดไป มันเอาเส้นขนที่ร่วงไปแล้วกลับมาต่อใหม่ไม่ได้นะครับ....และการตัดแต่งทรงหนวดเครา ขอให้ทำตอนช่วงที่เราไม่เร่งรีบ เช่นทำในช่วงเย็นๆ หลังเลิกงาน อาบน้ำ สบายอกสบายใจกันแล้ว ไม่ใช่ทำตอนเช้าตรู่ก่อนไปทำงาน รวมทั้ง...อย่าตัดแต่งทรงหนวดเคราในขณะที่หนวดเคราเปียกอยู่โดยเด็ดขาดครับ.. เพราะเมื่อเส้นขนถูกน้ำ จะมีอาการลู่ลีบกว่าปกติ ทำให้การตัดแต่งทรงในขณะที่ยังเปียกอยู่ เมื่อเส้นขนแห้ง คืนทรงของมัน จะทำให้เสียรูปทรงที่เราอยากได้แต่แรกไปเสียครับ  อันที่จะน่าเสียดายมากคือ  สมมติว่าเราแต่งความยาวของเคราให้ได้ในระดับหนึ่งเมื่อเคราเปียก พอเคราแห้ง มันจะขดตัวมากขึ้นตามการหยักศก  ทำให้เคราสั้นกว่าเดิม ถ้าเราเผลอไปตัดเคราทิ้งกะระยะให้พอดี พอเคราแห้ง เราจะต้องมาตีอกชกหัวเพราะว่าเคราเราจะสั้นกว่าเดิม แถมจะไม่เป็นแนวสวย เพราะขนแต่ละเส้นอาจจะหดตัวขึ้นไม่เท่ากัน  สุดท้ายต้องตัดสั้นขึ้นไปอีกให้รับกัน อนาจอดสูกันเลยทีเดียว...เวลาคิดว่าจะตัดทรงนั้นทรงนี้ เล็มตรงนั้นเล็มตรงนี้ เก็บสิ่งที่คิดจะทำไว้สักเจ็ดวันครับ...  (ตามที่ผู้สันทัดกรณีชาวต่างประเทศแนะนำ)เจ็ดวันผ่านไป แน่ใจแล้วว่าจะทำ ค่อยลงมือทำครับ...สิ่งที่ต้องระวังในขณะแต่งทรง   อย่าใจร้อนรีบร้อนทำให้ได้ทรงนั้นๆ โดยทันทีครับ เพราะถ้าพลาดไป ..มันเอาเส้นขนที่ร่วงไปแล้วกลับมาต่อใหม่ไม่ได้นะครับ...ย้ำอีกที...
วิธีการแต่งทรง...ค่อยๆ ทำไปทีละนิด...ค่อยๆ ตัดให้สั้นลงทีละนิด...อย่าฉับๆ ขุดๆ เด็ดขาดครับ....

หลังจากนี้คือช่วงเวลาแห่งการชื่นชม เราจะเริ่มเห็นคนบางคนมาชมหนวดเคราของเรา อาจเห็นหญิงชราหลบหน้า ผู้หญิงอาจแอบมอง แต่ที่แน่ๆ เราจะเห็นผู้ชายหลายคนแอบมองเราด้วยความอิจฉาอยู่เป็นครั้งเป็นคราวครับ...แต่ละเดือนที่ผ่านไป คราวนี้เราก็ทดลองปรับเปลี่ยนจุดย่อยๆ เช่นแนวคอ แนวแก้ม  ความยาวหนวด ฯลฯ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้หนวดเคราที่เป็นตัวตนของเราจริงๆ ครับ...

สำหรับครั้งต่อๆไป ผมจะเริ่มมาพูดคุยในเรื่องของสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ในการจะทำให้หนวดเครานั้นงาม หรือหงอย...ว่ามีอะไรบ้างครับ โปรดติดตาม....

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

BQ Serum เซรั่มปลูกหนวด ปลูกคิ้ว ยาปลูกผม เห็นผลตั้งแต่ขวดแรกที่ใช้

กระทู้ Pantip ใช้น้ำยาปลูกหนวด เซรั่มปลูกคิ้ว เครา ครีมปลูกจอน ยี่ห้อไหนได้ผลที่สุด

9 สมุนไพรปลูกผมที่ดีที่สุด