รู้จักกับ(ว่าที่)หนวดเคราของตน

สำหรับผู้ชายหลายๆ คนนั้น ตลอดช่วงชีวิตวัยรุ่นจนถึงยามหนุ่ม อาจต้องประสบปัญหากับการไว้หนวดเคราเมื่ออยู่ในสังคม ทั้งนี้โดยเฉพาะในสังคมคนเอเชียตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ คนมีหนวดเครามักจะถูกมองว่าเป็นคนร้ายบ้าง ผู้ก่อการร้ายบ้าง คนไร้ที่อยู่บ้าง หรือคนสติไม่สมประกอบบ้าง จะมีอยู่นิดหน่อยที่ดูจะโชคดีก็คือคนที่ไว้หนวดที่ตัดเรียบร้อย ซึ่งหากอ้วนหน่อยมักจะถูกมองว่าเป็นอาเสี่ย หรือไม่ก็เป็นหนุ่มเจ้าชู้ หนุ่มเจ้าสำอาง หากหล่อล่ำหน่อยบางทีก็เหมาว่าเป็นเกย์ หรือไม่ก็ไว้หนวดขาวยาว ก็จะมองว่าเป็นฤษี อาจารย์กำลังภายใน อะไรเทือกนี้ ...บางทีละครไทยและหนังจีนก็อาจจะมีอิทธิพลอยู่ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวนะครับ...


แต่ในช่วงสองสามปีหลังมานี้   เทรนด์การไว้หนวดเคราเริ่มกลับมาอีกครั้งโดยเฉพาะจากทางฝั่งโลกตะวันตก  และข้ามห้วยมายังโลกตะวันออก และในบ้านเรานี้ก็ด้วยครับ  ช่วงหลังๆ ผมเห็นการยอมรับคนไว้หนวดเคราได้มากขึ้น  แม้จะยังมีการไม่ค่อยจะยอมรับอยู่จากบางสายวิชาชีพอยู่บ้าง  แต่ถ้ามามองดูชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย  และการทำงานในหลายๆ แห่ง เราจะเริ่มเห็นว่าการไว้หนวดเคราแบบตัดสั้นเรียบร้อยเริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น   อย่างผมเองนี่ที่เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย  มีทั้งอาจารย์  เจ้าหน้าที่  ลูกศิษย์ลูกหาและบรรดานักศึกษาคนอื่นๆ อยู่หลายคนที่ไว้หนวดเคราได้อย่างสวยงามกันทีเดียว

คราวนี้มาเข้าเรื่องกับผู้ที่อยากจะไว้หนวดเคราเป็นครั้งแรกในชีวิตกันบ้าง   ซึ่งผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นมาเมื่อปีเศษมานี้   ก็เลยอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้พบ  และแนะวิธีการเตรียมใจรับมือกันไว้ครับ...

1) ทำความรู้จักกับศักยภาพของหนวดเคราของตนเอง
เริ่มแรก คนที่ไม่เคยไว้หนวดเครามาก่อน  จะไม่ทราบถึงศักยภาพของตนว่าจะสามารถไว้ได้ถึงขนาดไหน  เมื่อเริ่มไว้หนวดเคราได้สักหนึ่งถึงสองสัปดาห์  พอเห็นขนที่หรอมแหรม  ก็คิดไปเลยว่ามันไม่สวย  และมันคงจะไม่มีทางสวย  แล้วก็เลยรีบโกนทิ้งไปเสีย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก หากตัดสินใจโกนด้วยเพียงสาเหตุเพียงเท่านี้ครับ เหตุทั้งนี้ด้วยว่า ขนบนใบหน้าเรา ก็เหมือนกับขนที่อื่นๆ ซึ่งมีวงจรการเจริญเติบโต  ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วในตอนที่ 1)   เมื่อเราโกนหนวดเคราใหม่ๆ  ขนที่ขึ้นมาจะเป็นขนในช่วงที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต (anagen phase)  ส่วนขนในช่วง catagen phase ก็แทบจะไม่ยาวขึ้นแล้ว  และแน่นอนว่าขนในช่วง telogen phase ก็จะไม่ยาวขึ้น หรือไม่ก็จะหลุดร่วงไปเรียบร้อยแล้วในยามโกนหนวด  และยังมีรูขุมขนอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในระยะพักตัวก่อนเริ่มวัฏจักรรอบใหม่   ดังนั้นขนที่ขึ้นมาดังกล่าวจึงยังไม่ใช่ศักยภาพที่แท้จริง   เราจะต้องรอไปอีกสักสามสี่เดือน  หรืออาจจะถึงหกเดือน หรือกว่านั้น กว่าขนทั้งหมดจะผ่านวัฏจักรต่างๆ และบนใบหน้าเรามีขนในทุกๆ วัฏจักรปรากฏอยู่ ดังนั้น ใจเย็นๆ ครับ  จะดูสภาพหนวดเคราว่าเราจะมีขนาดไหน  ควรจะต้องปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อยสี่เดือนถึงหกเดือนเลยครับ  กว่าจะเห็นสภาพที่แท้จริง

2) ทำใจกับกรรมพันธุ์  พ่อแม่ให้มาแค่นี้...
กรรมพันธุ์  ถือเป็นปัจจัยหลักๆ เลยครับ อาจจะเรียกได้ว่า เก้าในสิบ เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์เลยทีเดียว   และเราไม่สามารถใช้กลไกใดๆ ไปเปลี่ยนแปลงกรรมพันธุ์ของเราได้ครับ  ดังนั้น  เราต้องทำใจกับสิ่งเราที่ได้รับมานี้

แล้วเราจะดูศักยภาพของเราในด้านกรรมพันธุ์ได้อย่างไร?
อยากให้มองไปยังพี่น้อง  ลูกพี่ลูกน้อง และปู่ตาทวดของเราครับ  ว่ามีประวัติการไว้หนวดเครายาวได้มากน้อยขนาดไหน   หรือต้องโกนหนวดบ่อยขนาดไหน  อย่างผมเองนี่  พี่น้องแต่ละคนไม่มีหนวดเครากันเลยครับ  แต่บิดาของผมโกนหนวดบ่อยมาก  และเป็นคนที่สอนผมเองให้โกนหนวด  แต่กระนั้นบิดาของผมก็ไม่มีขนบนร่างกายเลย และไม่มีเคราด้วย   ผมมาทราบในภายหลัง  หลังจากที่เริ่มไว้เครา  โดยพี่สาวเป็นคนบอกผมว่า ผมไว้เคราได้เหมือนกับปู่ของผม ที่ผมไม่ทราบเพราะเสียตั้งแต่ผมยังแบเบาะ  ดังนั้นหนวดเคราและขนบนร่างกายของผมจึงถือว่ามาจากกรรมพันธุ์อย่างแท้จริง นอกจากนี้  ลองดูขนส่วนอื่นๆ ของร่างกายตนเองด้วยครับว่า   ขนตามแขนขา และลำตัวมีมากน้อยแค่ไหน  ลองสังเกตคนที่มีหนวดเครางามมากๆ  มักจะมีขนตามลำตัวและแขนขา  และแผ่นหน้าอก ก็มักจะขึ้นกันเยอะด้วยเช่นกัน  สำหรับคนเอเชียเรา ขนตามลำตัวอาจจะไม่เยอะมากนัก แต่ถ้าสังเกตกันให้ดีละก็จะพบลักษณะการมีขนบนลำตัวและหน้าอกที่ขึ้นในระดับหนึ่งด้วยเช่นกัน   ทั้งนี้ลักษณะที่กล่าวมานี้ใช้เป็นแนวทางกว้างๆ นะครับ เพราะบางคนแม้จะแทบไม่มีขนตามลำตัวเลย ก็อาจจะมีหนวดเคราที่งามได้เหมือนกัน

3) กรรมพันธุ์กับลักษณะของเส้นขน
ลองสังเกตความหนาแน่นของเส้นผมของเราครับ  ว่าอยู่ชิดหรือห่างกันขนาดไหน  รวมทั้งความหนาแน่นและระยะรูขุมขนของคิ้ว   สิ่งเหล่านี้จะช่วยบอกเป็นนัยๆ ในเบื้องต้นว่าหนวดและเคราของเรานั้น  น่าจะมีความหนาแน่นของรูขุมขนในระดับไหน... นอกจากนี้ดูความหนาของเส้นผม และเส้นขนของคิ้วดู  ก็จะพอบอกเป็นนัยว่า  หนวดเคราของเราจะมีเส้นขนขนาดใดได้เช่นกันครับ

ความหนาแน่นของรูขุมขน  และขนาดของเส้นขน จะมีผลอย่างไรต่อการไว้เครา?
คนที่เส้นขนเล็ก  จะไว้หนวดเคราให้มีความเข้มสวยได้ยาก  เพราะมักจะทำให้ดูไม่หนาแน่น  และมักจะรู้สึกว่าหนวดเครานั้นโตช้า (เพราะแม้ขนจะมีความยาว แต่ขาดความหนา ทำให้เส้นขนปิดผิวหนังได้ไม่สนิทหรือได้หนานัก)   แต่ข้อดีก็คือ  สามารถใช้แว็กซ์หรือน้ำมันช่วยในการแต่งทรงได้ง่ายครับ  สามารถดัดรูป เช่นทำแฮนเดิลบาร์ได้สวยและอยู่ทนกว่าคนที่มีเส้นขนใหญ่

สำหรับคนที่มีขนเส้นใหญ่  จะช่วยสร้างความหนาให้กับหนวดเครา  หนวดเคราจะดูเข้ม  สวยงามกว่า  แต่ทำทรงได้ยาก  จนหลายคน อย่างผมนี่เป็นต้น  ต้องเลิกคิดที่จะไว้แฮนเดิลบาร์ เพราะแว็กซ์ที่มีในท้องตลาดไทยนั้นไม่สามารถดัดขึ้นรูปได้เลย (ในคลิปยูทูปมีการแนะนำใช้กาวมาช่วยเลยครับ แต่ผมกลัวตอนล้าง จะล้างไม่ออก เลยยังไม่กล้าจะลองใช้)

คนที่เส้นขนมีความหยักศกมาก   หนวดเคราจะมีลักษณะเป็นเส้นขดกอดกันมาก  ยิ่งคนที่มีเชื้อแอฟริกาจะเห็นว่าหนวดเคราดูจะแนบสนิทกับผิวและเป็นขดมาก   สำหรับขนที่หยักศกมาก  ข้อเสียคือจะหวีลำบากมากครับ   แต่ข้อดีที่ผมเห็นได้ชัดมากที่สุดก็คือ   ขนที่หยักศกจะช่วยปกปิดช่องว่างที่แต่ละคนมักจะมีอยู่ในบริเวณของเคราในจุดต่างๆ ได้อย่างดี  และช่วยสร้างความหนา ทำให้สามารถกันแนวแก้มและแนวคอได้ดูดีขึ้น แม้ในกรณีที่มีความหนาแน่นไม่ดีนักก็ตาม

คนที่เส้นขนไม่มีความหยักศก  หนวดเคราจะมีลักษณะเป็นเส้นตรง  โดยเฉพาะคนเอเชียตะวันออก หรือคนที่มีเชื้อสายจีน  มักจะเห็นหนวดเครามีลักษณะเป็นเส้นตรง  ซึ่งถ้าไว้เป็นสีขาวและยาว ก็จะดูสวยเหมือนอาจารย์ในหนังกำลังภายใน  ข้อดีอีกอย่างคือหวีง่าย  ขนไม่พันกัน  แต่ปัญหาก็คือ  ไม่สามารถไว้ขึ้นทรงได้สวย  แต่งทรงยากครับ


ส่วนอีกปัจจัยที่สำคัญคือความหนาแน่นของรูขุมขนต่อพื้นที่   คนที่มีความหนาแน่นของรูขุมขนมาก  ผมถือว่าสวรรค์ทรงโปรดเลยครับ  เพราะจะสามารถไว้หนวดเครายาวก็ได้  และจะได้เคราที่หนาสะใจ   หากจะไว้สั้นๆ แบบใช้ปัตตาเลี่ยนรองหวี  หรือใช้เครื่องเล็มหนวดตั้งระยะ  ตัดหนวดเคราให้เป็นรูปทรงต่างๆ ได้อย่างสวยงามโดยไม่ต้องไว้ยาว   ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีขนเส้นเล็กและมีความหนาแน่นสูงด้วย  ก็จะสามารถไว้เคราสั้นและดัดหนวดให้เป็นทรงได้สวยอีกต่างหาก   แต่ถ้าเป็นคนที่มีความหนาแน่นของรูขุมขนต่ำ  จะพบอาการ "หรอมแหรม"  หากไว้สั้นก็จะดูเหมือนคนไร้บ้านไร้ที่อยู่    เลยต้องอาศัยไว้ยาวเข้าว่าครับ  อย่างตัวผมเองนี่เป็นต้น  จำใจต้องไว้ยาวเพราะสาเหตุนี้นั่นเองครับ...

4) กรรมพันธุ์กับอัตราการเจริญเติบโตของหนวดเครา
หนวดเครา  มีอัตราความยาวเพิ่มโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณหนึ่งเซ็นติเมตรต่อเดือน   ไปจนถึงหนึ่งนิ้วต่อเดือนสำหรับบางคนครับ  ดังนั้นคนที่ไว้เครายาวหนึ่งปี  ก็อาจจะมีความยาวของเคราอยู่โดยเฉลี่ยประมาณหกนิ้ว  ไปจนถึงหนึ่งฟุตได้สำหรับคนที่โชคดีจริงๆ  สำหรับคนที่กรรมพันธุ์ไม่ช่วย  ก็จะเห็นความยาวอยู่แค่ประมาณห้าถึงหกนิ้วเป็นอย่างมา

โกนหนวดแล้วจะทำให้หนวดเครายาวเร็วขึ้นหรือดกขึ้นหรือไม่?
นี่คือคำถามโลกแตก  ผมโดนถามแล้วโดนถามอีกนับครับไม่ถ้วนครับ  ในกลุ่มนี่ก็ถามมาจนผมจำไม่ได้แล้วว่ากี่ครั้งครับ...

คำตอบสั้นๆ ครับ  ....ไม่....
เคยมีคนทำวิจัยอยู่บ้างเหมือนกันในลักษณะวัดกันอย่างละเอียด  มีผลการทดลองชิ้นหนึ่ง บอกว่าหลังโกนใหม่ๆ จะมีอัตรายาวเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็จะช้าลง (เป็นอัตราความเปลี่ยนแปลงที่น้อยมากๆๆ)  ซึ่งเมื่อวัดโดยเฉลี่ยรวมก็จะมีความยาวคงที่เท่าเดิมครับ.... (เมื่อเทียบกับการปล่อยไปโดยไม่ต้องโกนเลย) อ้าว... แล้วทำไม...ผม...(เติมชื่อตนไว้ตรงนี้)...  โกนหนวดแล้ว เมื่อปล่อยให้ขึ้นมาเป็นตอ (stubble) ถึงเห็นว่ามันดูเข้มขึ้นล่ะครับ? เหตุผลที่ทำให้รู้สึกว่ามัน  ...ดู... เข้มขึ้นนั้น เป็นเพราะในการโกนหนวดนั้น  เราตัดเส้นขนของเราในแนวทะแยงเฉียงครับ  ทั้งนี้หนวดเคราของเรามักจะไม่ได้โผล่ออกมาจากรูขุมขนในลักษณะขึ้นตรงตั้งฉาก  แต่จะทำมุมเฉียงออกมาจากผิวหนัง  ดังนั้นการโกนหนวดจึงเป็นการบากเส้นขนให้ขาดเป็นแนวทะแยงเฉียง   สร้างความรู้สึกว่าเส้นขนนั้นดูใหญ่เกินจริง  และส่งผลโดยรวมให้ดูเหมือนว่าหนวดเครามันดูเข้มขึ้น เพราะถ้าการโกนหนวดเคราทำให้มันเข้มขึ้นได้จริงๆ  ผมนี่แหละครับจะเป็นคนแรกที่จะรีบทำก่อนใครเพื่อนเลย... และแน่นอนว่า ผมไม่ได้โกนหนวดเคราผมมาปีเศษเกือบจะสองปีเข้าให้แล้ว  บรรดาเพื่อนๆ ในกลุ่มที่โกนหนวดกันวันครั้งสองวันครั้ง  หากข้อสมมติฐานนี้เป็นจริง  ป่านนี้ทุกคนที่โกนกันบ่อยๆ ก็คงจะมีหนวดเคราดกกว่าผมกันแล้วอย่างแน่แท้...  ...หรือเปล่าครับ...

5) กรรมพันธุ์กับความเข้ม  และพื้นที่ของหนวดเครา
โดยทั่วไปนั้น  หนวดเคราจะค่อยๆ เริ่มมาในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น  จากนั้นจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น  ทั้งเรื่องของความหนา  และพื้นที่ที่มีขนขึ้น  ไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงวัยกลางคนครับพูดง่ายๆ  บางคนนั้น แค่ตอนอายุสิบสองสิบสาม ก็เริ่มเห็นขนอ่อนของหนวดขึ้นมากันแล้ว  และพอถึงอายุยี่สิบ  ก็มีหนวดเครากันเต็มแล้ว......แต่บางคน  อย่างผมเองนี่เป็นต้น  กว่าจะมีหนวดเคราเต็มพอจะสู้กับใครเขาได้  ก็ต้องย่างเข้าสู่สี่สิบกว่าปีเข้าไปแล้ว...ฝรั่งเรียกคนพวกนี้ว่า พวกหนวดเคราโตช้า (late grower) ดังนั้น  หากอายุเรายังไม่ถึงยี่สิบ  ก็อย่าเพิ่งวิตกไปว่า ชาตินี้ตูคงไม่มีโอกาสไว้หนวดเคราได้ครับ  (ช่วงนั้นผมยังมีแค่หนวดหรอมแหรมอยู่เลย)คนส่วนมาก  กว่าจะเห็นหนวดเคราขึ้นมาได้อย่างเต็มที่  ก็เลยสามสิบขึ้นไปแล้วครับ  ดังนั้นหากอายุยังอยู่ในช่วงไม่ถึงสามสิบปี  ยังคงพอมีหวังที่จะเห็นหนวดเคราหนามากขึ้น และกินพื้นที่มากขึ้นได้อยู่ครับ...ใจเย็นๆ ครับ อย่าวิตก อย่าเครียด  เพราะความเครียดเป็นหนึ่งในตัวการที่ส่งผลลบต่อการเติบโตของหนวดเครา ...ผมจะเล่าในตอนหลังๆ ครับ...

6) หนวดเคราจะไว้ยาวได้เท่าใด  จะสามารถปล่อยให้ยาวจนถึงพื้นได้เลยหรือไม่...
นี่ก็เป็นเรื่องกรรมพันธุ์อีกเช่นเดียวกันครับ  ความยาวสูงสุด (terminal length) ของหนวดเคราขึ้นอยู่กับระยะการเจริญเติบโต (anagen phase) ของหนวดเคราว่ามีช่วงเวลายาวนานเท่าใด คูณกับค่าอัตราการเจริญเติบโต เช่นเดือนหนึ่งยาวเพิ่มหนึ่งนิ้ว  และระยะ anagen phase ได้เจ็ดปี เคราก็จะมีโอกาสที่ยาวได้ถึงเจ็ดฟุตเลยทีเดียว  ดูรูปประกอบสิครับ...  น่าอิจฉามั้ยเอ่ย....


(Photo credit: Sikhwiki.org)

แต่ในความเป็นจริง  ความเร็วในการเจริญเติบโตของหนวดเคราของแต่ละคนมีอัตราที่น้อยกว่านี้  และระยะ anagen phase ของหนวด และเครา ก็อาจจะสั้นกว่านี้  ซึ่งทำให้หนวดเคราของเราจะมีความยาวสูงสุดได้ในค่าประมาณหนึ่ง   โดยหากปล่อยไว้เกินกว่าระยะนี้  เราจะเริ่มเห็นปลายเคราที่เริ่มหรอมแหรมขาดความหนา  เนื่องจากบางเส้นเริ่มเข้าสู่ catagen phase และ telogen phase (หยุดความยาว) แล้ว  โดยหากอยากจะรักษารูปทรงไว้ให้ได้สวย ก็จำต้องเล็มปลายทิ้งเพื่อให้เคราแต่ละเส้นยาวเสมอกันได้ความหนาที่ดีทั้งผืน  (และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำไมขนคิ้วเราจึงไม่ยาวเท่าเส้นผม  เพราะระยะ anagen phase ของคิ้วนั้นสั้นมากเพียงไม่กี่สัปดาห์นั่นเองครับ)

ในครั้งนี้เราก็ได้ทำความรู้จักกับประเด็นที่น่าสนใจของหนวดเคราของตัวเรากันในระดับหนึ่งแล้วครับ  ในบทถัดไป  ผมจะมาเล่าถึงการรับมือกับการเริ่มต้นไว้หนวดเคราครั้งแรก   ว่าเราจะต้องประสบอะไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา และจะจัดการกับเรื่องต่างๆ อย่างไร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

BQ Serum เซรั่มปลูกหนวด ปลูกคิ้ว ยาปลูกผม เห็นผลตั้งแต่ขวดแรกที่ใช้

กระทู้ Pantip ใช้น้ำยาปลูกหนวด เซรั่มปลูกคิ้ว เครา ครีมปลูกจอน ยี่ห้อไหนได้ผลที่สุด

9 สมุนไพรปลูกผมที่ดีที่สุด